Dasar
Spot
Perdagangkan kripto dengan bebas
Perdagangan Margin
Perbesar keuntungan Anda dengan leverage
Konversi & Investasi Otomatis
0 Fees
Perdagangkan dalam ukuran berapa pun tanpa biaya dan tanpa slippage
ETF
Dapatkan eksposur ke posisi leverage dengan mudah
Perdagangan Pre-Market
Perdagangkan token baru sebelum listing
Futures
Akses ribuan kontrak perpetual
TradFi
Emas
Satu platform aset tradisional global
Opsi
Hot
Perdagangkan Opsi Vanilla ala Eropa
Akun Terpadu
Memaksimalkan efisiensi modal Anda
Perdagangan Demo
Pengantar tentang Perdagangan Futures
Bersiap untuk perdagangan futures Anda
Acara Futures
Gabung acara & dapatkan hadiah
Perdagangan Demo
Gunakan dana virtual untuk merasakan perdagangan bebas risiko
Peluncuran
CandyDrop
Koleksi permen untuk mendapatkan airdrop
Launchpool
Staking cepat, dapatkan token baru yang potensial
HODLer Airdrop
Pegang GT dan dapatkan airdrop besar secara gratis
Launchpad
Jadi yang pertama untuk proyek token besar berikutnya
Poin Alpha
Perdagangkan aset on-chain, raih airdrop
Poin Futures
Dapatkan poin futures dan klaim hadiah airdrop
Investasi
Simple Earn
Dapatkan bunga dengan token yang menganggur
Investasi Otomatis
Investasi otomatis secara teratur
Investasi Ganda
Keuntungan dari volatilitas pasar
Soft Staking
Dapatkan hadiah dengan staking fleksibel
Pinjaman Kripto
0 Fees
Menjaminkan satu kripto untuk meminjam kripto lainnya
Pusat Peminjaman
Hub Peminjaman Terpadu
Recession adalah apa? Investor harus tahu 3 hal agar tidak mengalami kerugian
เศรษฐกิจที่เติบโตนำมาซึ่งความมั่งคั่ง แต่เมื่อ recession คืออะไร คำถามนี้จึงมีความสำคัญเท่าเทียม เพราะช่วงเศรษฐกิจถดถอยสามารถกัดกร่อนกำไรจากการลงทุนได้อย่างรวดเร็ว
Recession แปลว่าอะไร และแตกต่างจาก Depression อย่างไร
Recession คือภาวะชะลอตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจในวงกว้างเป็นระยะเวลานาน โดยทั่วไปนักเศรษฐศาสตร์ใช้ตัวชี้วัดหลายประการเพื่อยืนยันการเข้าสู่ recession—ไม่ว่าจะเป็น GDP ที่ถดถอย 2 ไตรมาสติดต่อกัน การจ้างงานที่ลดลง หรือปริมาณการผลิตที่หดตัว
สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐ (NBER) ได้นิยาม recession ว่า “การลดลงของกิจกรรมเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน” โดยพิจารณาจาก GDP รายได้ การจ้างงาน การผลิต และยอดค้าปลีก
ในขณะที่ recession แปลเป็น “ถดถอย” นั้น Depression (ตกต่ำ) เป็นกรณีที่รุนแรงกว่ามาก—คือการถดถอยติดต่อกันนานกว่า 3 ปีโดย GDP ติดลบเกิน 10% Great Depression ในอเมริกา (1929-1939) ยาวนาน 10 ปี พร้อมอัตราว่างงานสูงกว่า 25% ถือเป็นตัวอย่างที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจสมัยใหม่
ตัวการที่ทำให้เกิด Recession—และทำไมจึงยากที่จะคาดการณ์
Recession ไม่ได้เกิดจากเหตุเดียว แต่มาจากการผสมผสานของปัจจัยหลายประการ:
วิกฤตจากภาครัฐ: การลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อบ่อยครั้งจนเกินไปจะนำมาซึ่งการชะลอตัวของการบริโภคและการลงทุน ตัวอย่างเช่น วิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1950-1970s ที่ทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งขึ้น
หนี้ที่สะสม: ก่อนวิกฤตการเงิน 2007 ภาคอสังหาริมทรัพย์พยุงตัวสูงขึ้นพร้อมการขยายเครดิตที่ไม่มีสติ เมื่อราคาบ้านปรับลงเครื่องมือทางการเงินที่พัฒนาแบบไม่ดีก็พังทลายตามมา ความสูญเสียจากภาคการเงินลามเข้าระบบเศรษฐกิจจริงจนกระทั่ง GDP หดตัว 5.1%
ความต้องการต่างประเทศที่ลดลง: สำหรับประเทศที่พึ่งพิงการส่งออก recession ในตลาดหลัก (สหรัฐ จีน เยอรมัน ญี่ปุ่น) จะส่งผลกระทบทีละลงไปยังประเทศคู่ค้า
ตัวดำเนินการทางจิตสำนึก: ความภัยแล้ง ไวรัส หรือเหตุการณ์โลกตัวอักษร (เช่น 9/11) ที่ทำให้เกิดการหยุดชะงักในการบริโภคและการผลิตอย่างกะทันหัน
3 วิกฤตของอเมริกา ตั้งแต่ปี 2000—แล้วราคาสินทรัพย์ทำให้อะไรบ้าง
📉 วิกฤตเทคโนโลยี (The Dot-Com): 8 เดือนที่โลกลืม (มีนา-พ.ย. 2001)
ระดับ NASDAQ100 ปรับลง 82%—จากจุดสูงสุด 4,861 ตกเหลือ 850 อัตราว่างงานพุ่งถึง 6.3% GDP ติดลบเพียง 0.3% ถือว่ารวดเร็วและเบา
อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ 9/11 ซ้ำเติมทำให้ FED ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 6.5% (ก.ค. 2000) เหลือ 1% (ก.ค. 2003) การกระตุ้นอย่างรวดเร็วนี้ทำให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตได้ในเวลาไม่นาน
🏚️ วิกฤตที่ใหญ่ที่สุด (The Great Recession): 18 เดือนของความทรมาน (ธ.ค. 2007-มิ.ย. 2009)
GDP ติดลบถึง 5.1%—อัตราว่างงานขึ้นไปถึง 10% ห้องแล้ว ดัชนีบ้านปรับขึ้นจาก 140 (2000) เป็น 220 (2006-2007) จนกระทั่งปัญหามอร์ตเกจซับไพรม์กระเบิดขึ้น
ธนาคารกลางสหรัฐต้องเรียกใช้ Quantitative Easing (QE) กว่า $1.75 ล้านล้าน ลดอัตราดอกเบี้ยเป็นศูนย์ทำ QE ถึง 3 ครั้ง (2009, 2010, 2012) ฟื้นตัวใช้เวลากว่า 7 ปี
😷 วิกฤตโควิด (The COVID-19): 2 เดือนแห่งความวุ่นวาย (ก.พ.-เม.ย. 2020)
GDP ตกเหว่อ 19.2%—อัตราว่างงานพุ่ง 14.7% จากเดิม 3.5% ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาเพียง 2 เดือน
บ่มเข้ามีค่าใหญ่สุด: QE4 ส่งงบดุล FED ขยายตัวจาก $4.1 ล้านล้าน เป็นเกือบ $9 ล้านล้าน อัตราดอกเบี้ยเสียที่ 0.25% นานถึงมีนา 2022
ความหวาดระหว่าง Recession: สินทรัพย์ไหนขึ้น สินทรัพย์ไหนลง
เมื่อ recession มาถึง Risk-off sentiment จึงเกิดขึ้น นักลงทุนแย่งหนีจากสินทรัพย์เสี่ยงไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย ดูจากสถานการณ์ COVID-19:
จุดแคะ: เมื่อภาครัฐปั้นเงินเพิ่ม (QE) สกุลเงินจึงมีแนวโน้มอ่อนค่า การกระจายความเสี่ยงในประเภทสินทรัพย์ต่างๆ จึงสำคัญกว่าการพึ่งพาสินทรัพย์ “ปลอดภัย” เพียงอย่างเดียว
✋ 3 สิ่งที่นักลงทุนต้องหลีกเลี่ยง เมื่อ Recession กำลังจะมา
❌ ไม่ควรทำ #1: เพิ่มสินทรัพย์เสี่ยง
สินทรัพย์เสี่ยง (หุ้น คริปโต แฟ้มเจอร์) ในช่วง recession มีโอกาสขาดทุนสูง การเล่นลูกไข่ทั้งไข่เข้าเดิมพันเสี่ยงคือการแพ้ก่อนเล่น
❌ ไม่ควรทำ #2: ก่อหนี้สูง
ทุก recession คือโอกาสเข้าแบกหา ที่ราคาถูก แต่ถ้ามีหนี้สูง รายได้ต้องไปชำระหนี้ก่อน ไม่มีเงินเหลือลงทุนเลย บัตรเครดิตที่ใจไม่ป่นผ่า ก่อหนี้อะไรก็เป็นศัตรูของการเติบโตระยะยาว
❌ ไม่ควรทำ #3: กู้ดอกเบี้ยลอยตัว (ARM)
ต้นของ recession รัฐบาลลดดอกเบี้ย แต่เมื่อฟื้นตัว ดอกเบี้ยก็ปรับขึ้นไป ARM ทำให้คุณตกใจเมื่อเห็นบิลการชำระหนี้พุ่งขึ้น เลือก FRM (Fixed-Rate Mortgage) แล้วล็อกอัตราไว้ตลอดสัญญา
✅ 3 สิ่งที่นักลงทุนควรทำ เมื่อ Recession มาถึง
✓ ควรทำ #1: หมุนไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย
ทองคำ พันธบัตร หรือสินทรัพย์คงที่ที่ให้ผลตอบแทนเสถียร ช่วงต้น recession สินทรัพย์เหล่านี้จะเป็นโล่ป้องกันพอร์ต
✓ ควรทำ #2: ยึดแหล่งรายได้ประจำ
งานประจำ freelance ที่มั่นคง หรือพอร์ตรายได้ที่หลากหลายคือเงินทุนทำให้คุณ “ซื้อที่ราคาถูก” ในช่วง recession นักลงทุนที่มีเงินสดพร้อมจึงเป็นผู้ชนะ
✓ ควรทำ #3: ล็อกอัตราดอกเบี้ยตอนนี้
หากคิดจะกู้ซื้อบ้านหรือลงทุนอื่น ช่วง recession ท่าที่ดอกเบี้ยต่ำ คุณควรปิดการเงินตอนนี้ด้วยอัตราคงที่ (FRM) อัตราต่ำนี้จะมีมูลค่ามหาศาล 10-20 ปีข้างหน้า
สรุป: Recession ไม่ใช่สิ้นชีวิต แต่เป็นโอกาสสำหรับผู้พร้อม
การหนึ่ง Recession คือการสอบไหล่ของพอร์ตการลงทุน—หากรอดได้ ผลตอบแทนระยะยาวจึงหลาย มากขึ้น
นักลงทุนที่มากประสบการณ์ไม่พยายามคาดการณ์ recession (ทำยากจริง) แต่เตรียมพอร์ตโต้ตอบทุกสถานการณ์แทน การกระจายความเสี่ยง รักษาเงินสด และรักษาจิตใจให้ปราณีติคือสูตรชนะ
Recession คืออะไร? มันเป็นช่วงเวลาที่คนซื้อแพง คนขายถูก นักลงทุนที่ยืนหยัดได้จึงเป็นคนซื้อราคาถูก และกำไรขั้นมหาศาลในภายหน้า