Futuros
Aceda a centenas de contratos perpétuos
TradFi
Ouro
Plataforma de ativos tradicionais globais
Opções
Hot
Negoceie Opções Vanilla ao estilo europeu
Conta Unificada
Maximize a eficiência do seu capital
Negociação de demonstração
Introdução à negociação de futuros
Prepare-se para a sua negociação de futuros
Eventos de futuros
Participe em eventos para recompensas
Negociação de demonstração
Utilize fundos virtuais para experimentar uma negociação sem riscos
Lançamento
CandyDrop
Recolher doces para ganhar airdrops
Launchpool
Faça staking rapidamente, ganhe potenciais novos tokens
HODLer Airdrop
Detenha GT e obtenha airdrops maciços de graça
Launchpad
Chegue cedo ao próximo grande projeto de tokens
Pontos Alpha
Negoceie ativos on-chain para airdrops
Pontos de futuros
Ganhe pontos de futuros e receba recompensas de airdrop
Investimento
Simple Earn
Ganhe juros com tokens inativos
Investimento automático
Invista automaticamente de forma regular.
Investimento Duplo
Aproveite a volatilidade do mercado
Soft Staking
Ganhe recompensas com staking flexível
Empréstimo de criptomoedas
0 Fees
Dê em garantia uma criptomoeda para pedir outra emprestada
Centro de empréstimos
Centro de empréstimos integrado
Centro de Património VIP
Aumento de património premium
Gestão de património privado
Alocação de ativos premium
Fundo Quant
Estratégias quant de topo
Staking
Faça staking de criptomoedas para ganhar em produtos PoS
Alavancagem inteligente
New
Alavancagem sem liquidação
Cunhagem de GUSD
Cunhe GUSD para retornos RWA
"พอเพียง" não é coisa antiga, é um princípio fundamental que ainda é válido nesta era
ถ้าคิดว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นอย่างสิ่งเลิกใช้แล้ว คุณคิดผิดไปหมด ในศตวรรษที่ 21 เมื่อโลกเต็มไปด้วยความเลวร้ายจากการบริโภคเกินขีดและการแข่งขันไร้ที่สิ้นสุด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกลับกลายเป็นวิธีคิดที่จำเป็นมากกว่าที่เคยเป็นมา
ที่มาของ “พอเพียง” - สั่งตัวตั้งแต่ยุคที่อาการหนักเบา
เรื่องราวเริ่มต้นในปี 2517 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทให้กับนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประเทศไทยในช่วงนั้นมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว แต่เงินทุนส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมจากต่างประเทศ สร้างความเหลื่อมล้ำและปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย พระองค์ท่านจึงชี้แนะให้มีพื้นฐาน “พอมี พอกิน พอใช้” เพื่อบดบังศีลธรรมในการพัฒนาประเทศ
ต่อมาในปี 2539 พระองค์ท่านได้ยำเตือนว่า “การเป็นเสือไม่สำคัญ สำคัญคือต้องมีเศรษฐกิจพอมีพอกิน” ประเทศไม่จำเป็นต้องเป็นมหาอำนาจทางการค้า แต่ต้องมีความพอเพียงพอสมควร พอประมาณและสามารถพึ่งพาตัวเองได้ บทเรียนนี้ได้รับการยืนยันในปี 2540 เมื่อวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งเกิดขึ้น ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านที่ยึดมั่นในการเจริญเติบโตแบบไม่มีหยุดนิ่งต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ ในขณะนั้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกลับเป็นที่พึ่งที่ช่วยให้หลายชุมชนฟื้นตัวขึ้นมา
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือการดำรงชีวิตที่มีจ่ายจริง
อย่าลืมว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้หมายความว่าต้องออกไปปลูกข้าว ทอผ้า ผลิตอาหารด้วยตัวเอง คำว่า “พอเพียง” จึงหมายความว่า การดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้อย่างยืดหยุ่น
ขอแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก:
ความพอประมาณ - ไม่ใช่ความตระหนี่ มันคือการหารายได้ด้วยวิธีที่สุจริต ไม่บิดเบือนผู้อื่น และใช้จ่ายตามฐานะความเป็นอยู่ของตัวเอง ไม่สุรุ่ยสุร่ายจนต้องไปกู้ยืม
ความมีเหตุผล - ก่อนทำอะไรต้องคิด ต้องวางแผน ต้องวิเคราะห์ว่าสมควรไหม เพราะถ้าทำตามอารมณ์ ผลลัพธ์ก็จะเป็นแบบนั้น
ระบบภูมิคุ้มกัน - ต้องเตรียมตัวไว้รับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น เศรษฐกิจตกต่ำ ราคาสินค้าพุ่งขึ้น หรือการณ์ฉุกเฉินต่างๆ
แต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม 2 ข้อที่ต้องตัด: ความรู้ และ คุณธรรม ความรู้คือการศึกษา การเรียนรู้จากประสบการณ์ส่วนตัวและผู้เชี่ยวชาญ คุณธรรมคือความซื่อสัตย์ ความขยัน ความเป็นธรรมในการทำงาน ทั้งสองอย่างนี้จึงใช้เป็นเสบียงในการชีวิต
เศรษฐกิจพอเพียงในโลกความเป็นจริง
ในภาคเกษตรกรรม
เกษตรกรไทยหลายคนได้นำหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ เช่น การทำไร่นาสวนผสม ปลูกข้าว ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงปลา ผลมากว่าหากใจความที่เป็นวิปหารณ์ เกษตรกรไม่ต้องพึ่งพาผลผลิตเพียงชนิดเดียว เมื่อนาข้าวให้ผลไม่ดี ยังมีผักและปลาเลี้ยงเอาไว้ ลดความเสี่ยงและสร้างรายได้หลากหลาย
นอกจากนี้ยังมี “เกษตรทฤษฎีใหม่” ที่หลวงพ่อชัย เล็ก อินทชูรส ได้คิดค้นขึ้นมา แบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนต่างๆ เช่น 30% นาข้าว 30% ปลูกพืชอื่น 30% เลี้ยงสัตว์ และ 10% ขุดสระน้ำ เศรษฐกิจพอเพียงจึงไม่ได้อยู่ในหนังสือหรือการบรรยายเท่านั้น มันเป็นวิธีการจริงๆ ที่ใช้ได้
ในภาคอุตสาหกรรมและพาณิชย์
ธุรกิจที่ยึดมั่นในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะเลือกใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตั้งขนาดการผลิตให้เหมาะสมกับความสามารถบริหาร และเน้นผลกำไรในระยะยาวแทนการทำเงินด้วยวิธีข้ายขวาง ผู้บริหารต้องมีซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค แรงงาน หรือผู้จำหน่ายวัตถุดิบ เน้นใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและตลาดท้องถิ่นก่อน
ธุรกิจแบบนี้อาจดูไม่ได้ดั่งจำเพาะครั้งแรก แต่มันเป็นทางยาวที่จะให้ธุรกิจคงอยู่นาน และไม่อาศัยการฉวยโอกาสรวบรวมของกำไรสูงแบบเพียงแต่ชั่วคราว
ตัวเลือกของคนเรา
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั่วทุกช่องทางทุกรูปแบบเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาคการเงิน ภาคอุตสาหกรรม ภาคพาณิชย์ ตลาดหลักทรัพย์ หรือแม้กระทั่งการลงทุนระหว่างประเทศ เพียงแค่ยึดหลักทางสายกลางและจำไว้ว่า
สายกลางนั้นไม่ใช่ความล้าหลัง ไม่ใช่ความหมกมุ่น มันคือความสมควรรู้จักตัวเอง รู้จักจังหวะ และรู้จักว่าจะไปไหนต่อไป
ที่จริงแล้ว ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือศิลปะการใช้ชีวิต
ในปี 2549 องค์การสหประชาชาติได้ยกย่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ว่าเป็น “Developer King” และให้รางวัล Human Development Lifetime Achievement Award เพราะว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ของยูเอ็น
ไม่ว่าคุณเป็นเกษตรกร ผู้ประกอบการ พนักงาน หรือแม้แต่นักลงทุน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถช่วยให้คุณอยู่ได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และไม่ต้องวิตกกังวลเพราะการเปลี่ยนแปลงจากภายนอก เพราะว่าคุณได้สร้างพื้นฐาน ได้สร้างระบบภูมิคุ้มกันแล้ว
เศรษฐกิจพอเพียง มันคือการศึกษา มันคือศรัทธา มันคือจิตสำนึก และเหนือสิ่งอื่นใด มันคือชีวิตที่มีสติ การมีสติในการใช้ชีวิต ถึงแม้ว่าจะมีสิ่งที่ท้าทายมากมายหน้าหนึ่ง คุณก็ยังสามารถจัดการได้