This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
2025 ปี ยังสามารถลงทุนในหุ้น AI ได้ไหม? คำแนะนำเลือกหุ้นแนวคิด AI นี้จะบอกความจริงให้คุณ
ยังคงลังเลว่า AI คอนเซปต์หุ้นคุ้มค่าที่จะเข้าลงทุนหรือไม่? ในปี 2024 หุ้นกลุ่ม AI ทำผลงานได้อย่างน่าทึ่ง แต่ในปี 2025 ตลาดนี้จะยังคงดำเนินต่อไปได้หรือไม่?
จากข้อมูลแล้ว การใช้จ่ายด้าน AI ของบริษัททั่วโลกเพิ่งเริ่มระเบิดตัวอย่างจริงจัง ตามการคาดการณ์ของ IDC ในปี 2025 การใช้จ่ายด้าน AI ทั่วโลกจะทะลุ 3,070 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2028 อาจพุ่งขึ้นเป็น 6,320 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีประมาณ 29% ซึ่งหมายความว่าอุตสาหกรรม AI ยังไม่ถึงจุดสูงสุด — สิ่งสำคัญคือคุณต้องเลือกหุ้นให้ถูกต้อง
สามช่วงของการลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI คอนเซปต์
กระแส AI ช่วงนี้เหมือนกับยุคอินเทอร์เน็ตเมื่อก่อน แบ่งเป็น 3 ช่วงที่ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน:
ช่วงแรก: ผู้ให้บริการฮาร์ดแวร์และชิป
กลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มพื้นฐาน โครงสร้างพื้นฐาน เช่น NVIDIA, AMD, TSMC ซึ่งได้รับผลดีจากการอัปเกรดศูนย์ข้อมูลทั่วโลก ปี 2024 รายได้ของ NVIDIA อยู่ที่ 60.9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 120% ต่อปี — นี่คือพลังของช่วงแรก ปี 2025 ไตรมาส 2 รายได้ของ NVIDIA ก็สูงถึง 28 พันล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 200% ต่อปี
เช่นเดียวกันกับ TSMC (2330) ซึ่งเป็นบริษัทมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดหุ้นไต้หวัน สั่งผลิตชิป AI ล้นหลาม AMD ของ AMD ก็มีธุรกิจศูนย์ข้อมูลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อปีที่แล้วเติบโต 27% และปีนี้ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง
ช่วงที่สอง: ผู้ให้บริการระบบและโซลูชัน
เซิร์ฟเวอร์ ระบบระบายความร้อน สวิตช์เน็ตเวิร์ค เริ่มแสดงคุณค่า บริษัท Quanta (2382) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก รายได้ปี 2024 อยู่ที่ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน สัดส่วนของเซิร์ฟเวอร์ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในไตรมาส 2 ปี 2025 รายได้ทะลุ 300 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพิ่มขึ้นกว่า 20% ต่อปี
ยังมีบริษัท Silicon Motion (3661) ซึ่งเน้นออกแบบชิป AI รายได้ทั้งปี 2024 อยู่ที่ 68.2 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพิ่มขึ้นกว่า 50% เข้าสู่ไตรมาส 2 ปี 2025 รายได้ต่อไตรมาสทะลุ 20 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน เป็นสองเท่าของปีที่แล้ว
Delta Electronics (2308) ให้บริการโซลูชันระบายความร้อนและแหล่งจ่ายไฟ รายได้ทั้งปี 2023 อยู่ที่ 420 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน ธุรกิจศูนย์ข้อมูลมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการใช้เซิร์ฟเวอร์ AI ที่เพิ่มขึ้น การระบายความร้อนกลายเป็นข้อจำกัดใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสของบริษัท Twin-Horn (3324) ผู้นำด้านระบายความร้อนด้วยน้ำ รายได้ปี 2024 อยู่ที่ 24.5 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพิ่มขึ้น 30% เข้าสู่ปี 2025 ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่เร่งนำระบบระบายความร้อนด้วยน้ำมาใช้มากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายโมดูลน้ำเย็นของ Twin-Horn พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในไตรมาส 2
ช่วงที่สาม: ผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการใช้งาน
Microsoft (MSFT) เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด โดยการร่วมมือกับ OpenAI อย่างเป็นเอกสิทธิ์ ทำให้ Copilot ถูกบูรณาการลึกซึ้งใน Windows, Office, Teams และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ครอบคลุมผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 1 หมื่นล้านคน รายได้ปีงบประมาณ 2024 อยู่ที่ 211.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 28% จาก Azure Cloud และรายได้จากบริการ AI ก็เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในครึ่งปีแรกของปี 2025 ธุรกิจคลาวด์อัจฉริยะก็ทะลุ 30 พันล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก
Google (GOOG) มูลค่าตลาด 3.05 ล้านล้านดอลลาร์ ก็ผลักดันการใช้งาน AI สำหรับองค์กรเช่นกัน ส่วน MediaTek (2454) ก็วางกลยุทธ์ในด้าน AI สำหรับมือถือและยานยนต์ ผ่านซีรีส์ชิป Dimensity
หุ้นกลุ่ม AI คอนเซปต์สามารถถือระยะยาวได้ไหม?
เป็นคำถามที่เจ็บปวดใจ คำอ้างอิงจากวิกฤติฟองสบู่อินเทอร์เน็ตเมื่อปี 2000 ซึ่ง Cisco (CSCO) ทำสถิติสูงสุดที่ 82 ดอลลาร์ หลังจากนั้นก็ร่วงลงกว่า 90% จนเหลือ 8.12 ดอลลาร์ หลังจากผ่านไป 20 ปี ก็ยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับสูงสุดเดิมได้
เช่นเดียวกับ Yahoo ซึ่งเคยเป็นผู้นำด้านอินเทอร์เน็ต ก็ถูก Google เขี่ยออกจากตลาด สะท้อนให้เห็นว่า แม้บริษัทดี ๆ หากเทคโนโลยีหรือสถานะตลาดเปลี่ยนแปลง ก็อาจเผชิญความเสี่ยงร่วงลงอย่างรุนแรงได้
ดังนั้น หุ้นฮาร์ดแวร์และชิปในช่วงบน-กลาง (เช่น NVIDIA, TSMC, AMD) ควรเป็นการลงทุนระยะสั้น-กลาง ไม่ควรถือยาว เพราะการเติบโตสูงสุดมักไม่ยั่งยืน เมื่อความร้อนของตลาดลดลงหรือเทคโนโลยีใหม่เข้ามา ราคาก็จะกลับมาสู่ระดับที่สมเหตุสมผลอย่างโหดร้าย
หุ้นกลุ่มปลายทาง (เช่น Microsoft, Google) อาจดูเสถียรกว่าในเชิงทฤษฎี แต่ก็ต้องตรวจสอบเป็นระยะ — หากมีคู่แข่งใหม่เข้ามา สถานะตลาดก็อาจถูกท้าทายได้เช่นกัน
คำแนะนำสำคัญ: แทนที่จะถือครองแบบไม่มีกำหนด ควรใช้กลยุทธ์ลงทุนเป็นช่วง ๆ โดยพิจารณาจากความเร็วของเทคโนโลยี AI ความสามารถในการสร้างรายได้ และอัตราการเติบโตของกำไรของแต่ละหุ้น เพื่อประเมินจังหวะออกจากตลาด
3 แรงขับเคลื่อนหลักของหุ้นกลุ่ม AI คอนเซปต์ในปี 2025-2028
1. การสนับสนุนจากนโยบาย
รัฐบาลหลายประเทศต่างให้ AI เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ สหรัฐ จีน สหภาพยุโรป ต่างเพิ่มเงินสนับสนุนและลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนระยะยาวให้กับอุตสาหกรรมนี้
2. การนำไปใช้จริงเร่งตัวขึ้น
ด้านการวินิจฉัยทางการแพทย์ เทคโนโลยีการเงิน การขับเคลื่อนอัตโนมัติ การผลิตอัจฉริยะ — ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่เข้าสู่ขั้นตอนเชิงพาณิชย์แล้ว รายได้จากภาคธุรกิจจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตโดยรวม
3. ความต้องการพลังประมวลผลยังคงพุ่งสูง
โมเดลภาษาใหญ่ (LLMs) และ AI หลายมิติ (multimodal AI) ทำให้ความต้องการเซิร์ฟเวอร์ ศูนย์ข้อมูล และแพลตฟอร์มคลาวด์ยังไม่เพียงพอ IDC คาดว่าในปี 2028 การใช้จ่ายด้านเซิร์ฟเวอร์เร่งจะคิดเป็นกว่า 75% ของงบลงทุนด้าน AI ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI
แต่ก็ต้องระวังความเสี่ยง:
วิธีลงทุนหุ้นกลุ่ม AI คอนเซปต์ให้ได้ผลสูงสุด?
การซื้อหุ้นโดยตรงมีความเสี่ยงสูง แต่ต้นทุนการเทรดต่ำที่สุด หากคุณไม่มีเวลาศึกษาหุ้นแต่ละตัว ลองพิจารณา:
1. กองทุนรวมกลุ่ม AI
ผู้จัดการกองทุนคัดเลือกหุ้นต่าง ๆ เพื่อความสมดุลของความเสี่ยงและผลตอบแทน ข้อเสียคือค่าธรรมเนียมบริหารที่สูงขึ้น
2. ETF ที่เกี่ยวข้องกับ AI
ติดตามดัชนี ราคาซื้อขายต่ำ แต่ก็อาจมีส่วนต่างราคา (Premium/Discount) ได้ เช่น ETF AI Global (00851), ETF AI Global (00762)
3. กลยุทธ์การลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน (DCA)
ไม่ว่าจะซื้อหุ้น กองทุน หรือ ETF ก็ใช้วิธีลงทุนเป็นงวด ๆ เพื่อเฉลี่ยต้นทุน ลดความเสี่ยงจากการซื้อในจังหวะราคาสูง จำไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงของพอร์ตโฟลิโอของกองทุน Bridgewater ก็แสดงให้เห็นว่า แม้เป็นนักลงทุนมืออาชีพ ก็ต้องปรับตัวอยู่เสมอ
4. เลือกแพลตฟอร์มลงทุน
เปิดบัญชีซื้อขายในตลาดหุ้นไต้หวันกับโบรกเกอร์ในประเทศ หรือลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่านตัวแทนหรือโบรกเกอร์ต่างประเทศ หากต้องการเทรดระยะสั้นแบบเด้งขึ้นลง ก็สามารถใช้แพลตฟอร์มสัญญาอนุพันธ์ (CFD) ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมและมีเลเวอเรจสูงขึ้น
วิธีวางแผนลงทุนกลุ่ม AI คอนเซปต์ในปี 2025 อย่างมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์ระยะสั้น: เน้น NVIDIA, AMD, TSMC ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชิปและฮาร์ดแวร์โดยตรง เป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จาก AI อย่างชัดเจน แต่ต้องตั้งจุดขายทำกำไรให้ดี อย่าถือครองนานเกินไป
กลยุทธ์ระยะกลาง: Quanta, Silicon Motion, Delta Electronics ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ให้บริการระบบและโซลูชัน มีแนวโน้มได้รับผลดีจากการสร้างศูนย์ข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์
กลยุทธ์ระยะยาว: Microsoft, Google แม้จะมีการตอบรับดีในตอนนี้ แต่ก็ยังต้องติดตามการพัฒนาของการใช้งาน AI สำหรับองค์กรอย่างต่อเนื่อง
วิธีที่ปลอดภัยที่สุด: อย่าลงทุนแบบ All-in กับหุ้นตัวเดียว ควรใช้กองทุน ETF กลุ่ม AI เพื่อกระจายความเสี่ยง ทั้งยังสามารถเข้าร่วมโตไปกับโอกาสเติบโตของ AI ได้อย่างสมดุล
สุดท้ายนี้: หุ้นกลุ่ม AI คอนเซปต์ในปี 2025 ยังมีโอกาส แต่ไม่ใช่ยุคของการตามซื้อแบบไม่คิดหน้าคิดหลังอีกต่อไป การเลือกหุ้นให้ดี การวางแผนเป็นช่วง และการตรวจสอบเป็นระยะ คือกุญแจสำคัญ