This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา เบนส์ วิเคราะห์ตลาดทองคำตามแบบงบแสดงฐานะการเงิน
เมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา เบเซนต์ ได้แสดงความเห็นอย่างละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของตลาดทองคำ ซึ่งเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับแบบแผนงบดุลและตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาค จากข้อมูลของ Odaily รัฐมนตรีคนนี้เห็นว่าการเคลื่อนไหวล่าสุดของตลาดทองคำสะท้อนให้เห็นถึงการขายออกอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่คล้ายคลึงกับวัฏจักรทางประวัติศาสตร์ในอดีต
สถานการณ์การขายออกอย่างรุนแรงและสัญญาณตลาด
เบเซนต์สังเกตว่าตลาดทองคำในปัจจุบันกำลังเผชิญกับช่วงเวลาการขายออกแบบคลาสสิก ซึ่งนักลงทุนรายใหญ่เทขายเพื่อปรับสมดุลพอร์ตของตน นักเศรษฐศาสตร์ชี้ให้เห็นว่ามาแบบงบดุลของกองทุนขนาดใหญ่มักแสดงสัญญาณการปรับตัวครั้งใหญ่ ตามนักวิเคราะห์ตลาด ช่วงเวลานี้มักเกิดขึ้นเมื่อวัฏจักรเศรษฐกิจเข้าสู่ช่วงขยายตัว ซึ่งทำให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าดึงดูดน้อยลงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงสูงอื่น ๆ
วัฏจักรตลาดขยายตัวและโครงสร้างแบบงบดุล
รัฐมนตรีเห็นว่าช่วงวัฏจักรของตลาดในปัจจุบันอยู่ในช่วงการเติบโต ซึ่งสามารถสังเกตได้จากแบบงบดุลของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ เมื่อวัฏจักรขยายตัว ความผันผวนในความต้องการทองคำมักสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในจิตวิทยาของนักลงทุนที่เปลี่ยนจากสินทรัพย์ปลอดภัยไปสู่การลงทุนที่มีศักยภาพสร้างผลตอบแทนสูงขึ้น ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมราคาทองคำจึงอยู่ภายใต้แรงกดดันในการลดลงในช่วงเศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
คณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ: นโยบายและความเป็นอิสระในการดำเนินการ
เบเซนต์คาดการณ์ว่าคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐจะไม่ดำเนินการใด ๆ ในทันทีเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนแบบงบดุลของตนในช่วงเวลานี้ เขาแสดงความมั่นใจในความเป็นอิสระของวอลช์ในการจัดการนโยบายการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน ความเป็นอิสระนี้ช่วยให้นักวางนโยบายมุ่งเน้นเป้าหมายทางเศรษฐกิจระยะยาว โดยไม่ถูกรบกวนจากแรงกดดันทางการเมืองระยะสั้น
โดยรวมแล้ว การวิเคราะห์ของเบเซนต์เกี่ยวกับแบบงบดุลและตลาดทองคำสะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลอย่างละเอียดอ่อนระหว่างวัฏจักรเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน และจิตวิทยาของนักลงทุน