Trust คือ อะไร: เครื่องมือจัดการสินทรัพย์ที่นักลงทุนควรรู้จัก

ทรัสต์ (Trust) เป็นคำที่นักลงทุนจำนวนมากเคยได้ยินในตลาดทุน แต่หลายคนยังไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่า trust คือ อะไร และแตกต่างจาก REIT หรือกองทุนรวมอย่างไร บทความนี้จะพาคุณค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับแนวคิดของทรัสต์ ตั้งแต่ความเป็นมา ประเภท จนถึงโอกาสลงทุนสำหรับนักลงทุนไทย

ทรัสต์คืออะไร? บทบาทการบริหารทรัพย์สินตามเจตนาของเจ้าของ

Trust คือ เครื่องมือด้านกฎหมายที่ออกแบบขึ้นเพื่อให้ทรัสตี (Trustee) ผู้มีความรู้และมืออาชีพบริหารจัดการทรัพย์สินของเจ้าของได้ตามที่ต้องการ โดยนำผลตอบแทนที่ได้มาจ่ายให้กับผู้รับผลประโยชน์ (Beneficiary)

ลักษณะเด่นของทรัสต์ก็คือ เจ้าของทรัพย์สินไม่ต้องแบ่งปันความเป็นเจ้าของออกไป หลังจากเซ็นสัญญาจัดตั้งทรัสต์แล้ว เจ้าของยังคงมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นอยู่ แต่ไม่มีสิทธิในการใช้ประโยชน์หรือบริหารจัดการโดยตรง ทรัพย์สินที่นำมาบริหารในทรัสต์นั้นสามารถเป็นได้หลากหลาย ตั้งแต่เงินสด อสังหาริมทรัพย์ หุ้น พันธบัตร ธุรกิจ ผลงานศิลปะ หนี้สิน และสินทรัพย์อื่น ๆ ที่สามารถสร้างรายได้

ประโยชน์ที่นักลงทุนจะได้จากการจัดตั้งทรัสต์

ทำไมคนจึงต้องมีทรัสต์? มีหลายเหตุผลที่สำคัญ:

ส่งผลตอบแทนไปยังบุคคลที่สาม โดยไม่ต้องโอนความเป็นเจ้าของ แนวคิดนี้ย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษกลางที่อังกฤษ เมื่อขุนนางต้องออกรบสงคราม พวกเขาจึงมอบที่ดินให้คนที่ไว้วางใจเพื่อดูแลผลประโยชน์และส่งต่อให้ครอบครัว ทำให้ครอบครัวได้รับผลประโยชน์จากทรัพย์สินโดยไม่ต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์จริง ๆ นี่เองคือจุดเริ่มต้นของทรัสต์ สิ่งนี้กลับกลายมาเป็นประโยชน์มหาศาล เมื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการมรดก

บริหารทรัพย์สินตามเจตนาที่ชัดเจน การจัดตั้งทรัสต์จำเป็นต้องระบุเจตนาของเจ้าของอย่างชัดเจน เพื่อให้ทรัสตีต้องปฏิบัติตามสัญญาอย่างเคร่งครัด สิ่งนี้ทำให้เจ้าของมั่นใจว่าทรัพย์สินของตนจะถูกจัดการตามความต้องการ ไม่ใช่ตามใจของผู้บริหาร

อาจได้ประโยชน์ด้านภาษี เนื่องจากทรัสต์ไม่ได้มีการโอนทรัพย์สินให้บุคคลที่สาม แต่เป็นการส่งผลประโยชน์เท่านั้น ดังนั้นการจัดตั้งทรัสต์อาจช่วยลดภาระภาษีได้ ขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละประเทศ

การจัดการทรัพย์สินในช่วงที่ไม่สามารถดำเนินการได้ หากเจ้าของทรัพย์สินป่วยหรือไร้ความสามารถ ทรัสต์แบบเพิกถอนได้จะช่วยให้มีมืออาชีพที่สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินต่อไป เมื่อเจ้าของสามารถกลับมาดำเนินการด้วยตนเองได้ สามารถเพิกถอนทรัสต์ได้ทันที

มีความยืดหยุ่นในการจัดตั้งและปรับปรุง ทรัสต์เป็นสัญญาระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขได้ง่ายกว่าการจัดตั้งกองทุนซึ่งต้องขออนุมัติจากหน่วยงานราชการ

ประเภทและโครงสร้างของทรัสต์

ประเภทของทรัสต์ตามเงื่อนไขการเพิกถอน

ทรัสต์ที่เพิกถอนได้ (Revocable Trust) เจ้าของทรัพย์สินสามารถเพิกถอนทรัสต์ได้ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงเงื่อนไข หรือยกเลิกได้ตามต้องการ ให้ความยืดหยุ่นสูงสำหรับเจ้าของ

ทรัสต์ที่เพิกถอนไม่ได้ (Irrevocable Trust) เมื่อจัดตั้งแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนได้ ทำให้มีความมั่นคง แต่เสียความยืดหยุ่น

ประเภทของทรัสต์ตามวัตถุประสงค์

นอกจากนี้ยังมีทรัสต์เพื่อการดูแลสินทรัพย์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Asset Protection Trust), ทรัสต์สำหรับการบริหารมรดก, ทรัสต์เพื่อการกุศล, ทรัสต์ปกปิดตัวตน (Blind Trust), ทรัสต์เพื่อประโยชน์ด้านภาษี, ทรัสต์เพื่อจัดการอสังหาริมทรัพย์, ทรัสต์สำหรับผู้มีความต้องการพิเศษ และอื่น ๆ ยังมีจำนวนมาก

ผู้เกี่ยวข้องในการจัดตั้งทรัสต์ 3 ฝ่าย

ผู้ก่อตั้งทรัสต์ หรือเจ้าของทรัพย์ (Settlor) บุคคลที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินและตัดสินใจจัดตั้งทรัสต์ หลังเซ็นสัญญาแล้วเจ้าของจะยังคงมีสิทธิในทรัพย์สิน แต่ไม่มีสิทธิในการใช้ประโยชน์

ผู้จัดการทรัพย์ หรือทรัสตี (Trustee) บุคคลหรือสถาบันที่ได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการกองทรัพย์ตามสัญญา ทรัสตีไม่มีส่วนในผลประโยชน์ แต่สามารถเรียกค่าดำเนินการได้

ผู้รับผลประโยชน์ (Beneficiary) บุคคลที่ได้รับผลประโยชน์จากทรัสต์ พร้อมมีสิทธิเรียกร้องความเสียหายหากทรัสตีบริหารไม่ชอบ

องค์ประกอบสำคัญของทรัสต์

การจัดตั้งทรัสต์ต้องครบถ้วนในสามองค์ประกอบ:

ความแน่นอนในเจตนา (Certainty of Word) สัญญาจัดตั้งทรัสต์ต้องระบุเจตนาของเจ้าของและทรัสตีอย่างชัดเจน ไม่มีความคลุมเครือ

ความแน่นอนของทรัพย์สิน (Certainty of Subject Matter) ต้องมีกองทรัพย์ที่ชัดเจน มีอยู่จริง และมีแนวทางในการบริหารเพื่อให้เกิดผลประโยชน์

ความแน่นอนของผู้รับผลประโยชน์ (Certainty of Object) ผู้รับผลประโยชน์ต้องเป็นบุคคลจริง ไม่ใช่บุคคลสูญหาย และต้องมีความเป็นไปได้ที่จะรับผลประโยชน์ได้

ทรัสต์ vs REIT vs กองทุน: ความเหมือนและความแตกต่าง

เมื่อเข้าใจว่า trust คือ อะไรแล้ว ลองมาดูว่าแตกต่างจากตัวเลือกการลงทุนอื่นอย่างไร

ทรัสต์กับ REIT: มีความเหมือนมากกว่าที่คิด

ความเหมือน: REIT (Real Estate Investment Trust) ก็คือทรัสต์เช่นกัน เพียงแต่มีเนื้อที่การบริหารจำกัดเฉพาะอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ทั้งคู่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ทั้งคู่จัดตั้งขึ้นโดยสัญญาจัดตั้งทรัสต์ และทั้งคู่จ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยลงทุน

ความแตกต่าง: ทรัสต์สามารถบริหารสินทรัพย์ได้หลากหลาย ตั้งแต่เงินสด หุ้น พันธบัตร ธุรกิจ ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ REIT มีขอบเขตจำกัดเฉพาะอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น กล่าวได้ว่า REIT คือ ทรัสต์รูปแบบหนึ่ง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าทรัสต์ทั้งหมดคือ REIT

ทรัสต์กับกองทุนรวม: ต่างโลก

กองทุน (Fund) เป็นหน่วยการบริหารที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเรียกเก็บเงินจากผู้ลงทุนหลายคนมาลงทุนตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

ความแตกต่างสำคัญ:

  • ฐานะทางกฎหมาย: กองทุนมีฐานะเป็นนิติบุคคล ทรัสต์ไม่มี
  • การจัดตั้ง: กองทุนต้องขออนุมัติจากหน่วยงานราชการ ทรัสต์เป็นสัญญาระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • โครงสร้าง: กองทุนมีคณะบริหารกลาง ทรัสต์มีทรัสตีเป็นผู้บริหาร
  • ความยืดหยุ่น: ทรัสต์มีความยืดหยุ่นมากกว่าในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข

โอกาสลงทุนในทรัสต์สำหรับนักลงทุนไทย

ทรัสต์ในประเทศไทยถูก จำกัดสำหรับการระดมทุนในตลาดทุน

ประเทศไทยผ่านคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ อนุญาตให้จัดตั้งทรัสต์เพื่อการระดมทุนในตลาดทุนเท่านั้น โดยแบ่งออกเป็นสองรูปแบบ:

ทรัสต์เพื่อการบริหารและจัดการลงทุน (Active Trust) ออกแบบเพื่อบริหารทรัพย์สินให้เกิดผลประโยชน์งอกเงย เช่น ทรัสต์เพื่อการลงทุนของผู้ลงทุนสถาบัน, ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ซึ่ง REIT เป็นตัวจริงของทรัสต์ที่นักลงทุนทั่วไปจะพบเห็นได้บ่อยที่สุด

ทรัสต์เพื่อการถือครองทรัพย์สิน (Passive Trust) ออกแบบเพื่อดูแลและจัดการสินทรัพย์เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ทรัสต์เพื่อการออกและเสนอขายหุ้นให้กรรมการและพนักงาน (ESOP), ทรัสต์เพื่อโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง (EJIP), ทรัสต์เพื่อตั้งบัญชีเงินสำรอง (Reserve Account) หรือเงินทุนทยอยชำระ (Sinking Fund) เพื่อการชำระหนี้หุ้นกู้

ทำไม REIT จึงครอบงำตลาดทรัสต์ไทย

การลงทุนในทรัสต์ของนักลงทุนทั่วไปยังจำกัดอยู่แค่ REIT เพราะส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดถูกจัดตั้งขึ้นเป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ข้อดีของการลงทุนใน REIT คือสินทรัพย์สามารถพิสูจน์และประเมินค่าได้ไม่ยาก ทำให้นักลงทุนใหม่สามารถเข้าซื้อขายได้ง่าย แตกต่างจากทรัสต์ประเภทอื่นที่อาจมีสินทรัพย์ที่ซับซ้อนมากขึ้น

ความรู้พื้นฐานที่นักลงทุนควรมี

Trust คือ เครื่องมือด้านกฎหมายที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อให้มีเจ้าหน้าที่ผู้มีความรู้บริหารสินทรัพย์ของเจ้าของ โดยเป็นการทำสัญญาที่อยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ

ความเข้าใจว่า trust คือ อะไรและแตกต่างจาก REIT หรือกองทุนอย่างไร ช่วยให้นักลงทุนสามารถเลือกตัวเลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับความต้องการได้อย่างชาญฉลาด ปัจจุบัน REIT กลายมาเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ขนาดใหญ่โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากมาย เพราะสามารถถือหน่วยลงทุนและได้รับเงินปันผลเช่นเดียวกับการถือหุ้น ทำให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงโอกาสการลงทุนที่เคยถูกจำกัดเพียงแต่ผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น

This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด