Cơ bản
Giao ngay
Giao dịch tiền điện tử một cách tự do
Giao dịch ký quỹ
Tăng lợi nhuận của bạn với đòn bẩy
Chuyển đổi và Đầu tư định kỳ
0 Fees
Giao dịch bất kể khối lượng không mất phí không trượt giá
ETF
Sản phẩm ETF có thuộc tính đòn bẩy giao dịch giao ngay không cần vay không cháy tải khoản
Giao dịch trước giờ mở cửa
Giao dịch token mới trước niêm yết
Futures
Truy cập hàng trăm hợp đồng vĩnh cửu
TradFi
Vàng
Một nền tảng cho tài sản truyền thống
Quyền chọn
Hot
Giao dịch với các quyền chọn kiểu Châu Âu
Tài khoản hợp nhất
Tối đa hóa hiệu quả sử dụng vốn của bạn
Giao dịch demo
Giới thiệu về Giao dịch hợp đồng tương lai
Nắm vững kỹ năng giao dịch hợp đồng từ đầu
Sự kiện tương lai
Tham gia sự kiện để nhận phần thưởng
Giao dịch demo
Sử dụng tiền ảo để trải nghiệm giao dịch không rủi ro
Launch
CandyDrop
Sưu tập kẹo để kiếm airdrop
Launchpool
Thế chấp nhanh, kiếm token mới tiềm năng
HODLer Airdrop
Nắm giữ GT và nhận được airdrop lớn miễn phí
Launchpad
Đăng ký sớm dự án token lớn tiếp theo
Điểm Alpha
Giao dịch trên chuỗi và nhận airdrop
Điểm Futures
Kiếm điểm futures và nhận phần thưởng airdrop
Đầu tư
Simple Earn
Kiếm lãi từ các token nhàn rỗi
Đầu tư tự động
Đầu tư tự động một cách thường xuyên.
Sản phẩm tiền kép
Kiếm lợi nhuận từ biến động thị trường
Soft Staking
Kiếm phần thưởng với staking linh hoạt
Vay Crypto
0 Fees
Thế chấp một loại tiền điện tử để vay một loại khác
Trung tâm cho vay
Trung tâm cho vay một cửa
Tại sao cần lập kế hoạch tài chính? Trả lời rõ ràng trước khi tiết kiệm tiền
ยุคนี้คนรุ่นใหม่หลายคนพูดถึงการเงินแล้วสะหลวก วางแผนการเงิน ดูเหมือนเป็นงานหนักที่สำหรับคนสูงอายุ แต่ความจริงมันเป็นสิ่งที่เยาวชนต้องเริ่มตั้งแต่วัน แรกที่เข้าทำงาน บอกตรงว่า ถ้าวันนี้ยังไม่เริ่มทำ อีก 10 ปีข้างหน้าคุณจะรู้สึกว่าจำเป็นต้องรีบเร่ง
ทำไมถึงระบาดหนัก เกษียณไม่พร้อม ของมีมากมายแต่เงินไม่พอ
สถิติพบว่า ในทุก 100 คนที่เกษียณ มีแค่ 25 คนที่เงินเก็บเพียงพอ ส่วนที่เหลือ 75 คน ต้องพึ่งพิงลูกหลาน บำนาญ หรือทำงานต่ออยู่ดี ทำไมจึงเป็นแบบนี้
สาเหตุหลัก 3 ประการ:
อย่างแรก ชีวิตยาวขึ้นเรื่อยๆ ชาวไทยชายมีอายุขัยเฉลี่ย 71 ปี หญิง 78 ปี บางคนอาจไปถึง 90 ปี ถ้าเกษียณอายุ 60 ปี แล้วยังอยู่อีก 20-30 ปี จะเก็บเงินไว้กี่บาทจึงพอ เลิกงานปุ๊บ รายรับหายเลย แต่รายจ่ายยังคงมี
อย่างที่สอง เงินเฟ้อกัดกินมูลค่าเงินเรา ก๋วยเตี๋ยวเมื่อ 30 ปีที่แล้วราคาชามละ 5 บาท วันนี้ขึ้นมาเป็น 40-50 บาท อีก 30 ปีข้างหน้า ชามนึงอาจถึง 100 บาท ถ้าไม่เก็บเงินแบบที่ชนะเงินเฟ้อ เงินชีวิตจะหายไปกับการเพิ่มราคาสินค้า
อย่างที่สาม สวัสดิการของรัฐไม่พอ บำนาญกองทุนประกันสังคมเฉลี่ยช่วง 3,000-3,600 บาท เบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุเพียง 600 บาท เพียงพอหรือไม่ ส่วนใหญ่เพียงพอจ่ายค่ากินและค่าเช่าบ้านเท่านั้น เจ็บป่วยหนัก ร้องขออะไรสักอย่างต้องระดมเงิน
การวางแผนการเงิน คือการเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ใช่การคิดมากไป
นิยามง่ายๆ: วางแผนการเงิน หมายถึง การจัดสรรรายได้ เงินเก็บ และการลงทุน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตและแผนหลังปลดปลายงาน
นิยามที่ครบถ้วน: กระบวนการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน (มีเงินเท่าไหร่ หนี้เท่าไหร่) ตั้งเป้าหมายในอนาคต (อยากมีเงินเก็บเท่าไหร่ เมื่อไหร่) แล้วเลือกเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อให้เดินทางจากจุดเริ่มต้นไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ
เพื่อให้ชัดขึ้น ลองเปรียบเทียบกับการเดินทาง ถ้าเราอยากกลับบ้านจากอ.อื่นๆ จะไม่ลงเดินทางแบบไม่รู้เรื่อง ต้องถามให้ชัด ตัวเองอยู่ที่ไหน บ้านอยู่ที่ไหน ควรไปทางไหน ใช้รถอะไร ต้องเวลานานแค่ไหน วางแผนการเงินก็เหมือนกัน ต้องรู้จุดเริ่มต้น เป้าหมาย และเส้นทางที่จะไป
เหตุผล 5 ประการที่ต้องวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้
1. ลูกหลานไม่พอเพื่อให้พิง
สังคมเปลี่ยนไป มีปัญหาประชากร ครอบครัวเดิมมีลูก 4-5 คน แต่วันนี้ส่วนใหญ่มีแค่ 1-2 คน ยิ่งคนหนุ่มสาวแต่งงานน้อย เลี้ยงลูกน้อย เพราะค่าใช้จ่ายแพง เมื่อเราเกษียณ จะกลัวว่าลูกอาจจะยุ่ง ไม่มีเงินช่วย หรือแม้แต่เลี้ยงตัวเองไม่ได้ พึ่งพิงลูกเดียวอาจเสี่ยงเกินไป
2. โครงสร้างรัฐสลายตัว สวัสดิการจะหมดขอหรือลดลง
ใน 15 ปีข้างหน้า สัดส่วนประชากรไทยที่เกิน 60 ปี จะเป็น 1 ใน 5 คน ขณะที่คนวัยทำงาน (ช่วง 15-59 ปี) ลดลง ตัวเลขคนวัยทำงานต่อคนสูงอายุ จะยุบตัวจาก 6:1 เหลือ 3:1 ที่หมายความว่า รัฐไม่มีเงินทำให้สวัสดิการมากขึ้น แต่จะเพิ่มภาษีแทน
3. เครื่องมือการเงินซับซ้อนขึ้น การเลือกผิดอาจสูญเสีย
สมัยแม่ปู่เราฝากเงินธนาคารได้ 5-6% ต่อปี งานสบายๆ แต่วันนี้ดอกเบี้ยพังค่าย 1-2% เท่านั้น มีหุ้น กองทุนรวม หุ้นกู้ อสังหาริมทรัพย์ และอีกมากมาย แต่ละสินค้ามีความเสี่ยงต่างกัน ผลตอบแทนต่างกัน ถ้าเราไม่รู้จักแต่ละอย่าง อาจเลือกผิดและสูญเสีย
4. ชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ฉุกเฉินเกิดขึ้นได้ทันใดนั้น
หลังโควิด หลายคนตกงาน บางครอบครัวสูญเสียผู้นำครอบครัว บางคนป่วยหนักค่ารักษาพยาบาล แพง ถ้าไม่มีเงินสำรอง ไม่มีประกัน ชีวิตจะเดือดร้อนเป็นแน่ แค่ 1 เหตุการณ์ เงินชีวิตอาจหายหมด
5. เร็วเก็บ ชีวิตสบาย หลัง ยิ่งสายเก็บ ยิ่งหนักหนา
คนที่เก็บเงินจากช่วงวัยมื้อหน้า และลงทุนตั้งแต่ต้นจะมีข้อดี เพราะ ระยะเวลา ยาว ดอกเบี้ยทบต้นช่วยได้มาก เทียบกับคนที่เก็บสายๆ ต้องเก็บจำนวนมาก ในช่วงเวลาสั้น ตัวอย่างง่ายๆ
เก็บแต่ละเดือน 5,000 บาท ระยะ 15 ปี ผลตอบแทน 5% ต่อปี ได้เงินในอนาคต 1.36 ล้านบาท แต่ถ้าไม่เก็บแล้วเก็บเพิ่มภายหลัง จะเหนื่อยมากในภายหลัง
ขั้นตอนเก็บเงิน วางแผนการเงิน ที่ใครๆ ทำได้
ขั้นที่ 1: ตั้งเป้าหมายชีวิตให้ชัดเจน
ยังไม่เก็บเงิน ต้องรู้ว่าเก็บเพื่ออะไร บ้าน รถ แต่งงาน ลูก เกษียณ ไปเที่ยว ไม่มีเป้าหมาย เก็บไปเก็บมาล่องลอย ไร้จุดหมาย
ตั้งเป้าหมายชัดๆ เช่น “อยากซื้อบ้าน ใน 5 ปี ราคา 2 ล้านบาท” หรือ “อยากเกษียณตอนอายุ 55 ปี เงินเดือนละ 30,000 บาท” เมื่อรู้เป้าหมายแล้ว จะคำนวณว่าต้องเก็บกี่บาท ผลตอบแทนเท่าไหร่ เลือกเครื่องมือไหนดี
ขั้นที่ 2: ลงทะเบียนรายรับ รายจ่าย ทุกวัน
90% ของวัยเริ่มต้องงานพูด ว่า “เดือนชนเดือน ไม่เหลือเงินเก็บ” แต่ถ้าจดบันทึกรายจ่ายทุกวัน จะเห็นว่า เงินหลาย แสนบาท หายไปอย่างไร ระบาดไปที่ไหน อย่างจำเป็นหรือฟุ่มเฟือย
วิธีง่ายๆ ใช้แอปพลิเคชัน ก็เพียงพอ ไม่ต้องซื้อสมุด จดทุกครั้งที่ใช้จ่าย 7 วันติดต่อกัน จะติดเป็นนิสัย คิดก่อนใช้ เรียบร้อย
ขั้นที่ 3: ทำงบการเงินส่วนตัว ตรวจสุขภาพการเงิน
ทำงานมานาน แต่ไม่เคยรู้ว่าเป็นเศษส่วน หรือจำนวน เป็นเศษที่ติดลบ ลองคำนวณ
สินทรัพย์ทั้งหมดของเรา ลบ หนี้สินทั้งหมด = ความมั่งคั่งสุทธิที่แท้จริง
สินทรัพย์ เช่น เงินในบัญชี เงินลงทุน บ้าน รถ ของสำคัญต่างๆ (ถ้าขายได้) หนี้สิน เช่น ยืมธนาคาร บ้าน รถ หนี้บัตรเครดิต หนี้คน
ตัวเลขหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์ = โวย กลับมาอยู่พจน์ ต้องดำเนินการด่วน
ขั้นที่ 4: เตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน ก่อนลงทุน
เหตุฉุกเฉิน เรื่องธรรมชาติ หรือประวัติการณ์ ตกงาน ป่วยหนัก เกิดได้ทันใดนั้น ต้องมีเงินเสบียงไว้ ควรเตรียมไป 3-6 เท่า ของรายจ่ายจำเป็นต่อเดือน
ตัวอย่าง รายจ่ายจำเป็น 10,000 บาท ควรมีเงินสำรอง 30,000-60,000 บาท ไว้ในสถานที่ที่สภาพคล่องสูง ถอนได้ง่าย เช่น บัญชีธนาคารปกติ หรือกองทุนรวมตลาดเงิน ไม่ต้องลงทุนรีสก์สูง
ขั้นที่ 5: เก็บเงินก่อน ใช้หลัง ไม่ก่อหนี้ไม่ส่วย
หลักการง่ายๆ คือ รายรับ ลบ เงินเก็บ เท่ากับ รายจ่าย
ไม่ใช่ รายรับ ลบ รายจ่าย เท่ากับ เงินเก็บ
พอเงินเดือนออกมา ให้เลือก 10% ไปเก็บให้ก่อน แล้วใช้จ่ายแค่ 90% ที่เหลือ ถ้าเก็บได้มากกว่า 10% ก็ยิ่งดี
และที่สำคัญ ไม่ควรก่อหนี้มากเกินไป การผ่อนหนี้ (บ้าน รถ ใจ) ไม่ควรเกิน 45% ของรายได้ รายได้ 20,000 บาท ผ่อนไม่ควรเกิน 9,000 บาท ไม่งั้นชีวิตจะลำบาก
ขั้นที่ 6: วางแผนประกันชีวิตและสุขภาพ ก่อน
บ่อยคนเก็บเงิน แต่ละเลยการประกัน ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรง เหตุการณ์ชีวิต ค่ารักษาพยาบาล แพง เงินที่เก็บมาทั้งหมดหายไป หรือถ้าผู้นำครอบครัวเป็นอะไรขึ้นมา ครอบครัวยังมีเงินจากการประกันชีวิตไว้รองรับ อย่าลืม ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ต้องทำ
ขั้นที่ 7: ลงทุนให้เงินทำงาน หารายได้เพิ่มเติม
เก็บเงิน ไม่ใช่แค่ฝากธนาคาร เพราะดอกเบี้ยแค่ 1-2% ต่อปี อัตราเงินเฟ้อมี 2-3% ยิ่งมากมันเสียเงิน
ลองลงทุนในสินค้าที่เข้าใจ หุ้น กองทุน หุ้นกู้ ให้ผลตอบแทน 5-8% ต่อปี พอใจ แต่ต้องลงทุนในระยะยาว อย่างน้อย 3-5 ปี
หรือหารายได้สายที่ 2 ใช้เวลาว่าง เดี่ยวนี้โอกาส “มีรายได้หลายทาง” ไม่ใช่ตัวเลือก เป็น ความจำเป็น
ขั้นที่ 8: ลงทุนกับ “ความรู้”
เรียนรู้ เกี่ยวกับการเงินและการลงทุน ในช่องทาง SET Education, Youtube, Podcast ต่างๆ ให้ตัวเองเวลาว่างสัปดาห์ละ 1-3 ชั่วโมง มาเรียนรู้เรื่องที่สนใจ
รู้มากขึ้น จะตัดสินใจได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยง และเข้าใจสินค้าการเงินได้ชัดเจน
ส่วนสุดท้าย ทำตอนนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้
วางแผนการเงิน ไม่ได้ยุ่งเหมือนกับที่คิด เพียงแต่ต้องเริ่มต้นให้ชัดเจน และวินัยตัวเองให้คงเส้นคงวา
ลองเริ่มตั้งแต่วันนี้ ตั้งเป้าหมาย จดรายรับรายจ่าย เตรียมเงินฉุกเฉิน ไม่ก่อหนี้เกินตัว แล้วเก็บเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง เวลาผ่านไป คุณจะสังเกตเห็นความแตกต่างได้ชัดเจน
ชีวิตหลังจากนี้ เลือกได้ว่าต้องการอยู่ได้เลือกตัวเองครับ